
ท่ามกลางบ้านเรือนที่ปรับปรุงใหม่ในหมู่บ้านนิธารี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย มีบ้านหมายเลข D5 ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ถูกปล่อยร้างจนสวนด้านหน้ากลายเป็นพงหญ้าปกคลุม แม้ดูเหมือนเพียงบ้านเก่าธรรมดา แต่ในความทรงจำของผู้คนท้องถิ่น ที่แห่งนี้คือ “บ้านแห่งความสยองขวัญ” ศูนย์กลางของหนึ่งในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย
เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เด็กและหญิงสาวในหมู่บ้านนิธารีเริ่มหายตัวไปทีละคน ครอบครัวผู้สูญหายวิ่งเต้นแจ้งความทุกหน่วยงาน แต่กลับไร้การตอบสนอง ขณะที่ผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 19 ราย ความหวาดผวาปกคลุมทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านไม่กล้าออกจากบ้านหลังเที่ยงวัน และเล่ากันว่าผู้หญิงกับเด็กมักถูกสะกดรอยในมุมมืด
ฤดูหนาวปี 2006 ชิ้นส่วนศพมนุษย์ ถูกพบในท่อระบายน้ำและทิ้งกระจัดกระจายในพื้นที่รอบบ้าน D5 ของนักธุรกิจ ที่ชื่อ โมนินเดอร์ ซิงห์ แพนเดอร์
สิ่งที่ทุกคนหวั่นกลัวกลายเป็นความจริง นี่คือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องระดับประเทศ!!
จากการสอบสวนร่วมของตำรวจและหน่วยสืบสวนกลาง (CBI) จำเลยสองคนถูกจับกุม ได้แก่
โมนินเดอร์ ซิงห์ แพนเดอร์ เจ้าของบ้าน และ สุรินเดอร์ โกลี คนงานในบ้าน
ภาพความโหดเหี้ยมช็อกอินเดียอย่างรุนแรง รายงานระบุว่าศพหลายร่างถูกแยกชิ้นส่วนด้วย “ฝีมือแบบคนเชือดเนื้ออาชีพ” ขณะที่บางส่วนถูกยัดในถุงพลาสติกและฝังในสวนหลังบ้าน
ปี 2009 ศาลพิเศษลงโทษประหารชีวิตทั้ง แพนเดอร์ และ โกลี ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ล่วงละเมิดทางเพศ ลักพาตัว และทำลายหลักฐาน
ปี 2011 โกลี ถูกสั่งประหารในหนึ่งในคดีฆาตกรรมเด็กหญิงวัย 15 ปี
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ภาพของ “คดีสมบูรณ์แบบ” เริ่มแตกเป็นเสี่ยง ๆ
หลักฐานหลายชิ้นถูกศาลระบุว่า “ไม่เพียงพอหรือไม่น่าเชื่อถือ” การสอบสวนเต็มไปด้วยช่องโหว่ มีการกล่าวหาว่าตำรวจใช้ถ้อยคำซัดทอดที่อาจเกิดจากการบังคับสารภาพ

ปี 2023 ศาลสูงอัลลาฮาบาดยกฟ้องทั้งคู่ในหลายคดี พร้อมตำหนิตำรวจว่า “ละเมิดหลักการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างโจ่งแจ้ง”
ในเดือนพฤศจิกายน 2024 ศาลฎีกาอินเดียสั่งยกเลิกคำตัดสินสุดท้ายของ โกลี หลังเห็นว่า เขา ถูกยกฟ้องใน 12 คดีที่ใช้หลักฐานชุดเดียวกัน จึงไม่สมเหตุสมผลที่จะคงโทษในคดีเดียวไว้
“ชายคนนี้เป็นแพะรับบาป ถูกจับมาปกป้องคนมีอำนาจ” ทนายของ โกลี กล่าวหลังคำพิพากษา
ปัจจุบันทั้ง แพนเดอร์ และ โกลี หลุดพ้นทุกข้อกล่าวหา และจะได้รับอิสรภาพจากคุก หลังอยู่ในเรือนจำรวมเกือบ 20 ปี
ในอีกมุมหนึ่ง ครอบครัวของเด็กและหญิงที่ถูกสังหารยังคงจมอยู่ในความเจ็บปวดที่ไร้ข้อสรุปมานานกว่าสองทศวรรษ
พ่อของเด็กหญิงวัย 10 ขวบซึ่งโครงกระดูกพบในบ้าน D5 กล่าวด้วยความสิ้นหวังว่า
“เราไม่เหลือความหวังอีกต่อไป… ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงในประเทศนี้”
ชาวบ้านอีกหลายคนยังจำบรรยากาศความหวาดกลัวในยุคนั้นได้ดี ถนนว่างเปล่า กลางวันเงียบกริบ และทุกคนหวั่นว่าครั้งต่อไปอาจเป็นลูกของตัวเองที่จะหายตัวไป

วันนี้นิธารีกลายเป็นย่านเจริญ มีตึกใหม่ ถนนกว้าง และบ้านจัดสรรหลายแห่ง แต่บ้าน D5 ยังยืนอยู่เหมือนเดิม ราวกับถูกแช่ไว้ในเวลา เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม และความสูญเสียที่ยากจะเยียวยา
คดีนี้อาจปิดแฟ้มในทางกฎหมาย แต่สำหรับครอบครัวเหยื่อและสังคมอินเดีย คำถามสำคัญยังไม่มีคำตอบว่า ใครกันแน่คือฆาตกรตัวจริง? และเหตุใดความจริงจึงหายไปพร้อมเหยื่อนับสิบชีวิต?
อ้างอิง https://www.independent.co.uk


