ปัญหาของการพบเห็นยูเอฟโอ ไม่ใช่เพราะโลกขาดคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แต่เพราะคำอธิบายจำนวนมากดูเหมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยุติการตั้งคำถาม มากกว่าการตอบว่าเกิดอะไรขึ้นจริง
เหตุการณ์ส่วนใหญ่ถูกปิดคดีอย่างรวดเร็วด้วยคำว่า ภาพลวงตา บอลลูน หรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทว่า ยังมีกรณีจำนวนน้อยที่ไม่อาจอธิบายได้ง่ายเช่นนั้น เพราะมีพยานที่เชี่ยวชาญ มีข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร และมีหน่วยงานรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า สิ่งที่พบคืออะไร
พื้นที่สีเทาที่ไม่อาจปิดคดีนี้เอง คือจุดกำเนิดของทั้งความไม่สบายใจและความหลงใหลในเรื่องยูเอฟโอ
บทความนี้รวบรวม 7 เหตุการณ์ยูเอฟโอที่มีเอกสารทางการรองรับ และไม่เคยได้รับคำอธิบายที่เป็นข้อยุติ ซึ่งยังคงถูกกล่าวถึงในแวดวงการบิน ความมั่นคง และการศึกษาปรากฏการณ์ลึกลับจนถึงปัจจุบัน
1. ยูเอฟโอ “ทิคแทค” ของกองทัพเรือสหรัฐฯ จุดเปลี่ยนของยุค UAP
ปี 2004 นักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz พบวัตถุปริศนาทรงยาวคล้ายเม็ดยา บริเวณนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้ วัตถุดังกล่าวแสดงพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับอากาศยานใดที่มนุษย์รู้จัก
มันสามารถลดระดับจากความสูงมากลงมาใกล้ผิวน้ำภายในไม่กี่วินาที ลอยนิ่งโดยไม่มีแรงขับที่มองเห็นได้ ก่อนจะหายไปอย่างฉับพลัน หลายปีต่อมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อนุญาตให้เผยแพร่วิดีโอที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ทำให้กรณีนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้คำว่า UAP หรือ Unidentified Aerial Phenomena แทนคำว่ายูเอฟโอ
2. เหตุการณ์เตหะราน 1976 เมื่อเครื่องบินรบไม่สามารถเข้าใกล้เป้าหมาย
ปี 1976 วัตถุเรืองแสงเหนือกรุงเตหะรานทำให้กองทัพอิหร่านต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้น รายงานของสหรัฐฯ ที่ถูกเปิดเผยในภายหลังระบุว่า ทุกครั้งที่นักบินเข้าใกล้วัตถุ ระบบเครื่องมือและการสื่อสารจะขัดข้องพร้อมกัน
ความผิดปกติดังกล่าวบังคับให้เครื่องบินต้องถอนตัว เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ในเอกสารข่าวกรองของสหรัฐฯ และไม่เคยได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจนถึงวันนี้
3. เที่ยวบิน Japan Airlines 1628 เหนืออะแลสกา
ปี 1986 เครื่องบินขนส่งสินค้าของ Japan Airlines รายงานการพบเห็นแสงและวัตถุขนาดใหญ่ระหว่างบินเหนือรัฐอะแลสกา สิ่งที่นักบินเห็นไม่ตรงกับข้อมูลจากเรดาร์และเครื่องมือบนเครื่องบิน
สำนักงานการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) บันทึกเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการ และเอกสารถูกเปิดเผยต่อสาธารณะภายใต้กฎหมาย FOIA แต่ไม่เคยมีการสรุปว่า วัตถุที่พบคืออะไร
4. ป่าเรนเดิลแชม คดียูเอฟโอที่มีเอกสารมากที่สุดของอังกฤษ
ช่วงปลายทศวรรษ 1980 เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ประจำการใกล้ฐาน RAF Woodbridge รายงานการพบเห็นแสงลึกลับในป่าเรนเดิลแชม จนต้องมีการตรวจสอบภาคพื้นดินจริง
เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการโดย พ.ท. ชาร์ลส์ ฮอลต์ และเอกสารถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ทำให้คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในกรณียูเอฟโอที่มีหลักฐานมากที่สุดในยุโรป
5. เหตุการณ์เรดาร์ วอชิงตัน ดี.ซี. ปี 1952
เดือนกรกฎาคม 1952 เรดาร์ของสนามบินในกรุงวอชิงตันตรวจพบวัตถุไม่ทราบชนิดเคลื่อนที่ในน่านฟ้าหวงห้าม ขณะเดียวกัน นักบินและประชาชนจำนวนมากรายงานเห็นแสงประหลาดบนท้องฟ้า
เหตุการณ์นี้สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ และกลายเป็นหนึ่งในคดีที่ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดที่สุดในยุคแรกของการศึกษายูเอฟโอ
6. ชากฮาร์เบอร์ ยูเอฟโอตกที่ไม่มีซาก
ปี 1967 ชาวบ้านในเมืองชากฮาร์เบอร์ ประเทศแคนาดา เห็นแสงตกลงสู่ทะเล หน่วยงานรัฐตอบสนองราวกับเกิดอุบัติเหตุอากาศยานตก มีการส่งทีมค้นหาเข้าพื้นที่
สิ่งที่พบมีเพียงคราบฟองสีเหลืองบนผิวน้ำ ไม่มีซาก และไม่มีเครื่องบินลำใดหายไป เหตุการณ์จบลงโดยไม่มีคำอธิบาย และยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในคดียูเอฟโอที่แปลกที่สุดของแคนาดา
7. คลื่นยูเอฟโอเบลเยียม เมื่อกองทัพต้องส่ง F-16 ขึ้นฟ้า
ระหว่างปี 1989 ถึง 1990 เบลเยียมเผชิญรายงานยูเอฟโอจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จนทางการต้องเข้าตรวจสอบอย่างจริงจัง ในคืนหนึ่ง สถานการณ์รุนแรงถึงขั้นต้องส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นสกัดกั้น
เหตุการณ์ทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในเอกสารทางการ และยังคงถูกอ้างอิงในแวดวงการศึกษายูเอฟโอจนถึงปัจจุบัน
ทำไมคดียูเอฟโอเหล่านี้ถึงยังไม่จบ
คดียูเอฟโอที่น่ากังวลที่สุด ไม่ใช่กรณีที่หวือหวา แต่คือเหตุการณ์ที่ถูกพิจารณาอย่างจริงจัง มีเอกสาร มีพยาน และมีหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้อง ทว่าไม่เคยมีบทสรุปสุดท้าย
มันคือบันทึกว่า บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นจริง และมนุษย์ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายมันอย่างไร
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เรื่องยูเอฟโอ ไม่เคยหายไปจากโลกใบนี้
อ้างอิง https://www.vice.com













