การขุดสำรวจกลางทุ่งนาในอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญทางโบราณคดี เมื่อเจ้าหน้าที่พบ “กลองมโหระทึก” โบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ฝังอยู่ใต้ดิน นักโบราณคดีชี้ว่าเป็นการค้นพบครั้งแรกของจังหวัด และอาจมีกลองอย่างน้อย 2 ใบในพื้นที่เดียวกัน
ข่าวสดรายงานเมื่อ 10 ก.พ. 69 ว่า การขุดค้นเกิดขึ้นที่บ้านดอนพลับ หมู่ 6 ตำบลสมอพลือ โดย กรมศิลปากร ผ่านสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนในพื้นที่ หลังประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มงานเมื่อเช้าวันที่ 9 ก.พ. 69
เบาะแสกลอง 2 ใบใต้ผืนดิน
ตามรายงานของข่าวสด นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ ระบุว่าการขุดมีเป้าหมายเพื่อนำชิ้นส่วนกลองที่ยังฝังอยู่ขึ้นมาให้มากที่สุด โดยกำหนดพื้นที่ขุดเบื้องต้น 2.50 x 2.50 เมตร ลึกประมาณ 1.50 เมตร และอาจปรับตามตำแหน่งที่พบวัตถุ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น นักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีกลองอย่างน้อย 2 ใบ เนื่องจากชิ้นส่วนสำริดที่พบมีลวดลายต่างกัน กลองใบหนึ่งค่อนข้างสมบูรณ์และมีลวดลายไม่มาก ขณะที่อีกใบแตกหักและมีลวดลายซับซ้อนกว่า
นางสาวกรรณิการ์กล่าวว่า “การพบกลองมโหระทึกทั้ง 2 ใบในพื้นที่นี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นการพบครั้งแรกของจังหวัดเพชรบุรี และยืนยันว่าบริเวณนี้มีชุมชนตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์”

ร่องรอยทวารวดี ชี้พื้นที่เคยเป็นชุมชน
รายงานข่าวสดระบุว่า นอกจากกลองมโหระทึก ทีมขุดค้นยังพบชิ้นส่วนเครื่องประดับคล้ายต่างหูสมัยทวารวดี และเนินอิฐโบราณห่างจากหลุมขุดราว 25 ถึง 30 เมตร ลักษณะอิฐมีส่วนผสมของแกลบข้าวแบบที่พบในสมัยทวารวดี
หลักฐานเหล่านี้ทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นโบราณสถาน และเคยเป็นชุมชนโบราณ การขุดค้นในขั้นต่อไปจะมุ่งหาภาชนะดินเผา ชิ้นส่วนโลหะ หรือหลักฐานการอยู่อาศัยอื่น
หากพบกลองร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์ นักโบราณคดีอาจตีความว่าเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมฝังศพ แต่หากพบวางเดี่ยวก็ต้องตั้งคำถามถึงเหตุผลที่กลองถูกนำมาฝังในจุดนี้

มรดกยุคสำริดจากวัฒนธรรมดองซอน
กลองมโหระทึกมีต้นกำเนิดในยุคสำริดเมื่อราว 2,500 ถึง 3,500 ปีก่อน จากวัฒนธรรมดองซอนในเวียดนามเหนือ ก่อนจะแพร่เข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทย
เดิมกลองใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เช่น การขอฝนหรือพิธีศพ และอาจใช้เป็นสัญญาณสงครามหรือแสดงฐานะ ต่อมาในยุคประวัติศาสตร์ กลองถูกใช้ในพระราชพิธีสำคัญ
ลักษณะเด่นของกลองคือหน้ากลองที่มักมีลายดาวหรือดวงอาทิตย์ตรงกลาง ล้อมด้วยลายนกหรือรูปทรงเรขาคณิต สะท้อนความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์
การค้นพบครั้งนี้จึงไม่เพียงเพิ่มหลักฐานทางโบราณคดีของเพชรบุรี แต่ยังเปิดหน้าต่างสู่ความเข้าใจเกี่ยวกับเครือข่ายวัฒนธรรมโบราณในภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านพิธีกรรมและความเชื่อมานานนับพันปี













