องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซา เดินหน้าเร่งภารกิจค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนอกโลกอย่างจริงจัง หลังประกาศสนับสนุนเงินทุนให้ภาคเอกชนพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญสำหรับแนวคิดกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า “Habitable Worlds Observatory” (HWO) ซึ่งถูกขนานนามว่าอาจเป็น “ซูเปอร์ฮับเบิล” ในอนาคต
space.com รายงานว่า นาซาได้คัดเลือกบริษัทเอกชนจำนวน 7 แห่ง เพื่อรับสัญญาระยะเวลา 3 ปี ในรูปแบบราคาคงที่ เพื่อศึกษาความท้าทายด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการสร้างกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่เคยมีมา โดยบริษัทที่ได้รับคัดเลือกประกอบด้วย แอสโตรสเกล, บีเออี ซิสเต็มส์ สเปซ แอนด์ มิชชัน ซิสเต็มส์, บูเซก, แอล3แฮร์ริส, ล็อกฮีด มาร์ติน, นอร์ทรอป กรัมแมน และซีโค้ต
กล้องโทรทรรศน์ HWO ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ด้วยการวิเคราะห์แสงที่เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบ ขณะที่มันโคจรรอบดาวฤกษ์ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปหลายร้อยถึงหลายพันปีแสง
ในการแถลงเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา จาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารสูงสุดของนาซา ระบุว่า โครงการนี้คือ “ตัวอย่างที่ชัดเจนของวิทยาศาสตร์เชิงกล้าหาญและมองไปข้างหน้า ซึ่งมีเพียงนาซาเท่านั้นที่สามารถทำได้”
เขากล่าวว่า “มนุษยชาติกำลังรอคอยการค้นพบครั้งสำคัญที่ภารกิจนี้มีศักยภาพจะสร้างขึ้น และคำตอบเกี่ยวกับชีวิตในจักรวาลที่มันอาจช่วยเปิดเผยได้ เราตั้งใจเดินหน้าอย่างเร่งด่วน และจะย่นระยะเวลาให้ได้มากที่สุด เพื่อนำการค้นพบเหล่านี้ไปสู่ผู้คนทั่วโลก”
นาซาหวังว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศ HWO จะพร้อมสำหรับการปล่อยขึ้นสู่อวกาศในช่วงปลายทศวรรษ 2030 หรือไม่ก็ต้นทศวรรษ 2040 อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยมีอยู่ในปัจจุบัน
หนึ่งในความท้าทายหลักคือ ระบบออปติกของกล้อง ซึ่งต้องมีความเสถียรในระดับสูงมาก สามารถทำงานได้ภายในขอบเขตที่เล็กเท่าความกว้างของอะตอมเพียงอะตอมเดียว เพื่อให้การตรวจจับสัญญาณจากดาวเคราะห์ห่างไกลมีความแม่นยำสูงสุด
นอกจากนี้ แนวคิดการออกแบบยังรวมถึงการพัฒนา “โคโรนากราฟ” รุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ากล้องอวกาศใด ๆ ที่เคยสร้างมา “หลายพันเท่า” เพื่อปิดกั้นแหล่งกำเนิดแสงรบกวน และบดบังแสงจากดาวฤกษ์แม่ ทำให้สามารถมองเห็นดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบ ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
นาซายังต้องการให้ HWO เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่สามารถซ่อมบำรุงได้ หากเกิดความเสียหายจากเหตุขัดข้องหรือการชนของไมโครอุกกาบาต เพื่อให้สามารถส่งภารกิจซ่อมแซมขึ้นไปยืดอายุการใช้งานของกล้องได้ในอนาคต
ฌอน โดมากัล โกลด์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายดาราศาสตร์ฟิสิกส์ของนาซา ระบุว่า การสนับสนุนในลักษณะนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการบ่มเพาะภารกิจอวกาศในอนาคต ซึ่งผสานความเป็นผู้นำของภาครัฐเข้ากับนวัตกรรมจากภาคเอกชน เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้ ให้กลายเป็นความจริงได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ นาซาคาดว่า HWO จะต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศระดับเรือธงรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ฮับเบิล, เจมส์ เว็บบ์ และกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน ซึ่งมีกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศภายในปีนี้













