ไม่มีใครคาดคิดว่า สุสานเก่าแก่ขนาดกว่า 200 เอเคอร์ในรัฐเพนซิลเวเนีย จะกลายเป็นฉากของหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่ประหลาดและน่าสะพรึงที่สุดคดีหนึ่งในรอบหลายปี
แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สุสานเมานต์โมไรอาห์ (Mount Moriah Cemetery) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฟิลาเดลเฟีย กำลังถูกใครบางคนบุกเข้าไป “ปล้นหลุมศพ” อย่างเป็นระบบ เงียบงัน และยาวนาน โดยไม่มีใครรู้ตัว
จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว คดีที่ทำให้ตำรวจถึงกับ “เกาหัว” มานาน ก็ถูกเปิดโปงอย่างไม่คาดฝัน สกายนิวส์รายงานเมื่อ 9 ม.ค.
ปล้นหลุมศพในความมืด
การขโมยศพและชิ้นส่วนมนุษย์ในสุสานแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งสองครั้ง แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน หลุมศพจำนวนมากถูกเปิดออก แม้กระทั่งสุสานแบบห้องฝังศพ (mausoleum) ที่มีอายุกว่าร้อยปีก็ไม่รอด
ทั้งหมดเกิดขึ้นในยามค่ำคืน ภายใต้ความมืด และนอกสายตาของสาธารณชน
ตามคำกล่าวของ แทนเนอร์ รูส อัยการเขตเดลาแวร์ เคาน์ตี ผู้ก่อเหตุพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ใครจับได้
เขาเลือกเวลา เลือกจุด และลงมืออย่างเงียบเชียบ
“ผู้ชายคนนี้ทำทุกวิถีทางเพื่อปล้นหลุมศพอย่างลับ ๆ และไร้เสียง” รูสกล่าว
“สุสานเมานต์โมไรอาห์พยายามหยุดเขาแล้ว แต่คุณลองนึกดู สุสานขนาดนั้น มันยากมากจริง ๆ”

ถูกจับพร้อมชะแลงและถุงผ้า
คดีนี้สิ้นสุดลงอย่างฉับพลัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้คาหนังคาเขา ในมือของเขามีชะแลง และถุงผ้ากระสอบใบใหญ่
เมื่อค้นรถของผู้ต้องหา ตำรวจพบซากโครงกระดูกมนุษย์อยู่ภายใน แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้ยิ่งน่าสยดสยอง คือสิ่งที่พบหลังจากนั้น
การตรวจค้นบ้านของเขาเผยให้เห็นว่า ผู้ต้องหาคนนี้ได้สะสมกะโหลกมนุษย์มากกว่า 100 กะโหลก รวมถึงชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์อีกจำนวนมาก บางชิ้นมีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี
“เหมือนเดินเข้าไปในหนังสยองขวัญ”
อัยการรูสกล่าวถึงภาพที่เจ้าหน้าที่พบว่า
“นักสืบเดินเข้าไปเหมือนอยู่ในหนังสยองขวัญที่มีชีวิต”
สุสานเมานต์โมไรอาห์เอง เชื่อกันว่ามีร่างผู้เสียชีวิตฝังอยู่มากกว่า 200,000 ร่าง การที่มีใครสักคนสามารถขโมยชิ้นส่วนมนุษย์ออกไปเป็นร้อย ๆ โดยไม่ถูกจับได้ในทันที สะท้อนทั้งความมืดของสถานที่ และความอุกอาจของผู้ก่อเหตุ
โทษนับร้อยกระทง
ในที่สุด ชายผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหาอย่างหนัก
รวมทั้งหมด 574 กระทงในข้อหาปล้นหลุมศพ
รวมถึงข้อหาอื่น ๆ เช่น บุกรุก ลักทรัพย์ และทำลายอนุสรณ์สาธารณะ
คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกฎหมายเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างความหมกมุ่น ความผิดปกติ และอาชญากรรมที่ละเมิดศักดิ์ศรีของผู้ตายอย่างที่สุด
ในสถานที่ซึ่งควรเป็นที่พักสุดท้ายของมนุษย์ กลับกลายเป็นพื้นที่ของความสยอง และความเงียบงันที่ถูกละเมิดอย่างยาวนาน
ที่มา: Sky News













